ทัวร์มาเก๊า โปรแกรมทัวร์มาเก๊าราคาพิเศษ... พบกับรายการทัวร์มาเก๊ามากมาย รับจัดกรุ๊ปทัวร์ กรุ๊ปเหมา เรากล้ารับรองว่าถูกที่สุด คลิ๊ก... ทัวร์มาเก๊า

ทัวร์มาเก๊า:

มาเก๊า (Macau)
 

ข้อมูลเกี่ยวกับมาเก๊า
ประวัติศาสตร์ได้บอกไว้แล้วว่ามาเก๊าคือประตูบานสำคัญที่อารยธรรมตะวันตกได้หลั่งไหลเข้าสู่จีน และผืนดินเล็กๆ แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นสัญลักษ์แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ก่อร่างเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของมาเก๊า

ศูนย์ประวัติศาสตร์มาเก๊า (The Historic Center of Macau) บ่งบอกชีวิตชีวาแห่งการตั้งถิ่นฐานเก่าก่อนของชุมชนตะวันตก ซึ่งประกอบไปด้วยมรดกทางสถาปัตยกรรมคลุกเคล้าเข้ากันกับสิ่งก่อสร้างดั้งเดิมของเมืองครั้งยังเป็นเมืองท่าการค้า และเป็นประตูสู่ตะวันตก อันช่วยร่างภาพการปะทะของวัฒนธรรมแรกเริ่มระหว่างเมืองจีนและโลกตะวันตกที่หลอมรวมกว่าสี่ศตวรรษ ในบรรยากาศแหงความเคารพและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ทำให้การปรับเข้ากันของวัฒนธรรมเป็นไปอย่างง่ายดาย ทั้งในแง่จารีตที่จับต้องได้ อย่างเทคนิคในการก่อสร้างอาคาร ไปจนถึงมุมมองทางนามธรรมอันว่าด้วยศาสนาและวิถีดำเนินชีวิต อาคารแบบตะวันตกส่วนใหญ่ล้วนเป็นตึกชนิดแรกที่ก่อตั้งขึ้นบนผืนแผ่นดินจีน ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ โรงเรียนสอนศาสนา ป้อมปราการ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงละคร ประภาคาร และสุสานโปรเตสแตนต์ อีกทั้งยังหลอมรวมสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมไว้ด้วยบริเวณที่อยู่อาศัยและวัด ซึ่งอนุสรณ์สถานที่ตั้งอยู่ต่อเนื่องกันนี้เองดุจดั่งการห่อหุ้มด้วยแถบสีหลากหลายของมรดกทางสถาปัตยกรรม สะท้อนถึงมิติแห่งวัฒนธรรมหลากหลายในความเป็นเมืองท่าที่ประวัติศาสตร์ได้บ่งบอกความเป็นตะวันออกผสานตะวันตกอย่างกลมกลืนของมาเก๊า

มาเก๊า ตั้งอยู่ในเขตมณฑลกวางตุ้ง บนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำเพิร์ล ทิศเหนือติดกับเมือง จูไห่ของมณฑลกวางตุ้ง มาเก๊าประกอบด้วยดินแดน 4 ส่วน คือ คาบสมุทรมาเก๊า, เกาะไทปา, เกาะโคโลอาน และพื้นที่ถมทะเลขึ้นมาใหม่ เรียกว่า โคไท ซึ่งจะเชื่อมต่อเกาะไทปาและเกาะโคโลอาน เข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน

ด้วยมาเก๊าเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง 27.3 ตร.กม. (คาบสมุทรมาเก๊า 8.7 ตร.กม., ไทปา 6.3 ตร.กม., โคโลอาน 7.6 ตร.กม. และโคไท 4.7 ตร.กม.) ระหว่างมาเก๊าและไทปา เชื่อมถึงกันด้วย สะพาน 2 สะพาน คือ สะพานมาเก๊า-ไทปา ระยะทาง 2.5 ก.ม. และสะพานมิตรภาพ ระยะทาง 4.5 ก.ม. ซึ่งใช้เดินทางเข้าไปยังสนามบินมาเก๊า

ประวัติของมาเก๊า
ชื่อ “มาเก๊า” มีที่มาจาก “อาม่า” องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเลผู้ศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า “อาม่า” มีพระนามเดิมว่า “หลิงม่า” หญิงสาวชาวฟูเจี้ยนที่วันหนึ่งเธอต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาว หรือ “เอ้าเหมิน” ตามชื่อในภาษาจีน จึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงเรือลำเล็กๆ ที่ยอมให้หลิงม่า โดยสารมาด้วย ในระหว่างที่เรือล่องอยู่กลางทะเล เกิดมีพายุขึ้นอย่างรุนแรงทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง แต่ด้วยปาฏิหาริย์ในคำสั่งฟ้าของหลิงม่าทำให้เรือที่เธอโดยสารมากับชาวประมงชราสามารถเดินทางมาถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่หลิงม่า ก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่งเธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป ชาวประมงทั้งหลายต่างเชื่อกันว่าเธอ คือ องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล นับตั้งแต่นั้นดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า “อ่าวของอาม่า” หรือ “อา-หม่า-เกา” (A-Ma-Goa) ที่เพี้ยนเสียงมาเป็น “มาเก๊า” ในปัจจุบัน

ทำไม "มาเก๊า" ถึงกลายเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส
สมัยก่อนโปรตุเกสขึ้นชื่อว่าเป็นนักรบทางทะเลที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ แถมยังเป็นนักเดินเรือที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดังนั้นการเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในมาเก๊าดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด โปรตุเกสต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานานับประการ เพราะกว่าจีนจะให้การยอมรับก็ต้องใช้เวลาอยู่นาน จนเมื่อจอร์จ แอลวาเลส นักสำรวจชาวโปรตุเกสเข้าไปเพื่อติดต่อทำการค้าที่เมืองจีนเป็นคนแรก และสร้างความพึงพอใจให้กับชาวจีน ความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวโปรตุเกสกับชาวจีนจึงได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากนั้นมาเก๊าก็กลายเป็นผืนดินแห่งแรกที่ชาวตะวันตกเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนตะวันออกไกล
ในปี ค.ศ. 1533 นายพันเอก ลีโอเนล เดอ โซซ่า ทหารเรือชาวโปรตุเกสได้ลงนามทำสนธิสัญญากับเจ้าเมืองกวางตุ้งโดยในสนธิสัญญามีข้อตกลงอยู่ว่าหากโปรตุเกสสามารถปราบโจรสลัด และทำการยึดเมืองที่โจรสลัดครอบครองไว้ได้สำเร็จ จีนจะอนุญาตให้โปรตุเกสเข้ามาทำการค้า ซึ่งในที่สุดโปรตุเกสก็สามารถยึดเมืองมาเก๊า อันเป็นฐานที่มั่นสำคัญของโจรสลัดได้จริงๆ โปรตุเกสจึงมีโอกาสเข้ามาสร้างอาณานิคมอยู่ใน "มาเก๊า" ตามข้อตกลง นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1557 เป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาแหงการครอทบครอง ใครๆ มักจะพูดกันว่า มาเก๊าเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส แต่โปรตุเกสกับคิดเพียงว่ามาเก๊า คือหนึ่งจังหวัดที่อยู่ทางโพ้นทะเลเท่านั้น ซึ่งแม้จะมีการแต่งตั้งข้าหลวงใหญ่มาปกครอง แต่ชนชาวพื้นเมืองก็มีสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่

โปรตุเกสทำการบุกเบิกให้มาเก๊ากลายเป็นเมืองท่า ทางการค้าที่สำคัญและนำพาความเจริญในทุกด้านเข้ามาสู่เมืองเล็กๆ แห่งนี้ ในยุคนั้นถือว่าเป็นช่วงที่มาเก๊าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ตึกรามบ้านช่องและอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างได้รับอิทธิพลทางสถาปัตกรรมของตะวันตก สังเกตได้จากคฤหาสน์ที่โอ่อ่า โบสถ์เก่าแก่ศิลปะแบบ บารอค ความยิ่งใหญ่ของป้อมปราการ รวมไปถึงถนนสายคดเคี้ยวสไตล์ยุโรป แต่ถึงอย่างไรที่นี่ก็ยังคงลักษณะศิลปกรรมตามแบบจีนเอาไว้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ยังคงปรากฏทำให้มาเก๊ากรุ่นไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความเป็นยุโรปกลางเอเชีย
หลังจากที่มาเก๊าได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการค้า พวกมิชชันนารีที่เดินทางเข้ามาก็ใช้สถานที่นี่เป็นสถานที่เผยแผ่ศาสนาไปยังประเทศจีนและญี่ปุ่น ความเจริญรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้นักล่าอาณานิคมชาติต่างๆ ต้องการเข้ามาแย่งชิงมาเก๊าไปจากโปรตุเกส แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ตอ่กำลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง มาเก๊าจึงคงอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกสมาได้เป็นเวลายาวนานกว่า 400 ปี วิถีชีวิตของชาวมาเก๊าดำเนินไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งวันที่โปรตุเกสพลิกประวัติศาสตร์ ด้วยการทำพิธีมอบมาเก๊าคืนให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1999 นับจากวันนั้น มาเก๊าก็กลายเป็นหนึ่งในเขตปกครองพิเศษของจีนอย่างสมบูรณ์ แต่ยังคงสภานทางการเมืองการปกครองในรูปแบบของหนึ่งประเทศสองระบบ ส่งผลให้มาเก๊าโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แห่งการผสมผสานระหว่างสองวัฒนธรรมอย่างลงตัวที่สุด
“มาเก๊า” เป็นแหลมที่ยื่นออกจากแผ่นดินใหญ่ เป็นเขตบริหารพิเศษแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นพื้นที่บนชายฝั่งทางใต้ของประเทศจีน ปกครองโดยประเทศโปรตุเกสก่อนพ.ศ. 2542 เป็นอาณานิคมของยุโรปที่เก่าแก่ที่สุดในจีน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 อำนาจอธิปไตยเหนือมาเก๊าได้ย้ายไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีนในพ.ศ. 2542 กลายเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน

ประชากร
ปัจจุบันมาเก๊า มีประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 450,000 คน เป็นชนเชื้อสายจีน 95% อีก 5% เป็นชาวโปรตุเกส และชนชาติอื่นๆ
ภาษา
ภาษาจีนและโปรตุเกส เป็นภาษาราชการ แต่ภาษาจีนกวางตุ้ง เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ส่วนภาษาอังกฤษจะใช้กันทั่วไปตามร้านค้าและโรงแรม
ศาสนา
ชาวมาเก๊านับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือ ศาสนาคริสต์ เห็นได้จากมาเก๊า มีวัดและโบสถ์อยู่มากมาย
ลักษณะภูมิอากาศ
มาเก๊า มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น โดยเฉลี่ยอยู่ราว 20 องศาเซลเซียส (68 ฟาเรนไฮด์) มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเฉลี่ย 75%-90% โดยแบ่งเป็นฤดูกาลต่างๆ ได้ดังนี้
ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.-ธ.ค.)
ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เหมาะแก่การท่องเที่ยว
ฤดูหนาว (ม.ค.-มี.ค.)
แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็มีแสงแดด ให้พออบอุ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศ
ฤดูร้อนและฝน (เม.ย.-ก.ย.)
ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว และมีความชื้น สัมพัทธ์สูงในบางช่วงจะมีฝนตกและมักเกิดพายใต้ฝุ่น ราวเดือน มิ.ย.-ส.ค.นกรณีที่เกิดพายุไต้ฝุ่นถึงระดับ8 สะพานเชื่อมไทปา, โคโลอาน จะถูกปิดลงชั่วคราว ขณะเดียวกันการเดินเรือ โดยสารและเที่ยวบินต่างๆ ระหว่าง ฮ่องกง-มาเก๊า จะถูกยกเลิกชั่วคราว จนกว่าจะปลอดภัย
ข้อแนะนำในการแต่งกาย
ในช่วงฤดูร้อน ควรสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาคล้ายบ้านเรา ในฤดูหนาว ควรสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนา ๆ หรือโอเวอร์โค้ต และควรพกเสื้อกันลมติดตัวไปด้วย

ในอดีตกาล มาเก๊า เป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงเล็กๆ ชนชาติดั้งเดิม ที่เข้ามาตั้งรกรากคือ ชาวจีนกวางตุ้งและฟูเจี้ยน จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 พ่อค้าชาวโปรตุเกสหลายคน ได้เข้ามาบุกเบิกในแถบทวีปเอเชีย อาทิ วาสโก ดา กามา ซึ่งได้เดินทางบุกเบิกมาถึงช่องแคบมะละกา และต่อมาในปี ค.ศ. 1513 จอร์จ อัลวาเรส เป็นชาวโปรตุเกสคนแรกที่ได้เดินเรือมาถึงดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล และได้ติดต่อทำการค้ากับจีน ความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและโปรตุเกสจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ตลอดระยะเวลากว่า 400 ปี แห่งการครอบครอง ผู้คนมักพูดถึงมาเก๊าในฐานะ อาณานิคมของโปรตุเกส แต่ในความเป็นจริงแล้ว โปรตุเกสปฏิบัติต่อมาเก๊าในฐานะ เป็นจังหวัดหนึ่งของโปรตุเกส แม้ว่าจะมีการแต่งตั้งข้าหลวงใหญ่เข้ามาปกครอง แต่ชาวมาเก๊าก็ได้รับสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่ มาเก๊าได้รับเอาความเจริญรุ่งเรืองทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาอย่างมากมาย สังเกตได้จาก ตึกรามบ้านช่อง, โบสถ์, ถนนสายคดเคี้ยวที่ปูด้วยกระเบื้องและหิน และสถาปัตยกรรมอื่นๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมแบบจีน นี่เองที่ทำให้มาเก๊า เป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัวที่สุด “มาเก๊า” จึงนับว่าเป็นเมืองยุโรปใจกลางเอเชียอย่างแท้จริง

 “มาเก๊า” ได้รับขนานนามว่าเป็นลาสเวกัส แห่งโลกตะวันออก เพราะการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเสี่ยงโชค ทำให้เหล่านักธุรกิจหันมาปรับเปลี่ยนทำให้ความเจริญพุ่งถึงขีดสุดและจะยังพัฒนาขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ นอกจากจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของตะวันออกแล้ว ยังสามารถพบเห็นแหล่งอารยธรรมของชาวยุโรป ที่ยังหลงเหลืออยู่บนเกาะแห่งนี้ หลังจากที่ “มาเก๊า” เป็นอิสระจากการเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส ถึงแม้จะผ่านมาหลายปี แต่ซากโบสถ์ อาคาร สไตล์โกธิค ยุโรปโบราณ ยังคงมีให้เห็นตลอดทางที่ มาเก๊า

มนต์เสน่ห์...มาเก๊า
เสน่ห์ของรสชาติอาหารจานอร่อย
อาหารแมคกานีสเป็นอาหารประจำชาติมาเก๊า นับตั้งแต่ชาวโปรตุเกสเดินทางเข้ามายังดินแดนในแถบเอเชีย ก็ได้นำเอาตำรับอาหารและเครื่องเทศที่สรรหาจากประเทศต่างๆ มาปรุงแต่งรสชาติผสมผสานกับรสชาติของอาหารจีนจนเกิดเป็นอาหารจานอร่อยที่โดดเด่นและแตกต่างไปจากอาหารชาติอื่นๆ นอกจากอาหารแมคกานีสแล้วคุณยังสามารถลิ้มลองรสชาติของอาหารนานาชาติได้เต็มความอร่อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารโปรตุเกส อาหารไทย หรือแม้แต่อาหารอินเดียก็หาทานได้ที่นี่

เสน่ห์แห่งความเป็นยุโรปกลางเอเชีย
สีสันของสถาปัตยกรรมที่งดงามยังคงมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในมาเก๊าตึกรามบ้านช่องและอาคารโบราณต่างๆ ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมของวัดต่างๆ ที่มีมาตั้งสมัยราชวงศ์หมิง หรือโบสถ์เก่าแก่ ลักษณะสถาปัตยกรรมบารอคหรือโคโลเนียลของชาวตะวันตกก็มีให้คุณได้ชื่นชมความงามกันได้อย่างเต็มตา สิ่งเหล่านี้มีให้คุณได้สัมผัสที่ มาเก๊าดินแดนที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออก และตะวันตกไว้อย่างกลมกลืน จนสามารถพูดได้ว่า "ที่นี่ คือ ยุโรปกลางเอเชีย"

เสน่ห์แห่งแหล่งผพักผ่อนหย่อนใจ
แม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่มมาเก๊าก๊มีระบบการวางผังเมืองอย่างดี โดยมีการจัดสรรพื้นที่ไว้ให้ชาวมาเก๊าและนักท่องเที่ยวเดินท่องมาเก๊าได้อย่างสบายๆ ในบรรรยากาศของธรรมชาติที่ร่มครึ้มภายในสวนสาธารณะกลางเมือง เรื่อยไปจนถึงการออกกำลังกายในเส้นทางเดินเท้าบนยอดเขาเกียซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจยอดฮิต ยิ่งไปกว่านั้นการเป็นเมืองซึ่งโอบล้อมด้วยท้องทะเลบรรรยากาศริงฝั่งน้ำก็ช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

เสน่ห์แห่งวันสบาย
มาเก๊า เป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเอาไว้อย่างกลมกลืน การมาเยือนมาเก๊าจึงมีนัยถึงการได้สัมผัสในสองบรรยากาศ ไม่ว่าจะเป็นการจิบน้ำชายามบ่ายในร้านน้ำชาเล็กๆ ตามแบบวิถีชีวิตของชาวจีนโบราณ อิ่มเอมกับอาหารโปรตุเกสจานอร่อย หรือเลือกเพลิดเพลินกับรรยากาศโปร่งสบายของร้านกาแฟและเบเกอรี่เล็กๆ ริมทาง ก็ทำได้ตลอดช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนในมมาเก๊า

เสน่ห์แห่งสีสันในพิพิธภัณฑ์มาเก๊า
วิถีทางหนึ่งที่จะศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณีของชนในแต่ล่ะพื้นที่ได้ดีที่สุดคือการเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ศูนย์รวมข้อมูลและภาพจำลองที่สัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติภายในป้อมมองเตที่รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับมาเก๊าไว่แล้ว ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกมากมายซึ่งจัดแสดงในเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะ อาทิ พิพิธภัณฑ์ไวน์ พิพิธภัณฑ์กรังด์ปรซ์ พิพิธภัณฑ์กลางทะเล พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทปา ฯลฯ และเครื่องอำนวยความสะดวกในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทางมาเก๊าจึงจัดทำบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในราคาพิเศษเพียง 25 HK$ โดยนักท่องเที่ยวสสามารถใช้บัตรนี้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ทุกแหงในมาเก๊าได้ภายใน 5 วัน

 

- มาเก๊าเป็นเมืองเล็กๆ ที่น่าท่องเที่ยว เราสามารถวางแผนในการท่องเที่ยวมาเก๊าให้ครบทุกที่ภายใน 2-3 วัน มาเก๊ามีสถาปัตยกรรม, วัฒนธรรม, และวิถีชีวิต ที่ผสมผสานกันระหว่างชาติตะวันตก และตะวันออกได้อย่างลงตัว จะสังเกตุได้จาก ตึกรามบ้านช่อง โบสถ์ ถนนที่ปูด้วยกระเบื้องและหิน แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์แบบจีน และยังมีมนต์เสน่ห์แห่งความเชื่อและศรัทธาทางศาสนา มาเก๊าจึงเป็นเมืองที่มีมนต์เสนห์ และน่าหลงใหลที่ยังรอให้คุณค้นหา สถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของมาเก๊า ที่ไม่ควรพลาด สำหรับทัวร์มาเก๊า !!!